การออกแบบแอพพลิเคชั่นสำหรับเกย์กับประโยค ‘ไม่ต้องการ*เชื้อชาติ* แค่ความชอบส่วนบุคคล’

This post is also available in: อังกฤษ สเปน โปรตุเกส

กับผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดและไม่ได้ตั้งใจกับเหตุการณ์ล่าสุดใน Charlottesville เมือง Virginia ผมในฐานะนักวิจัย อาจารย์ และผู้ออกแบบการปฏิสัมพันธ์ (IxD) ได้เกิดความสนใจในการอภิปรายเกี่ยวกับเชื้อชาติและการเหยียดผิวภายในพื้นที่หาคู่ออนไลน์ ในขณะที่ผมเห็นด้วยว่าสภาพแวดล้อมเหล่านี้ควรปราศจากพฤติกรรมและภาษาที่ส่อไปเชิงเหยียดเชื้อชาติ แต่ผมก็เข้าใจได้ดีว่าพื้นที่เหล่านี้ถูกขับเคลื่อนด้วยความชอบของผู้ใช้ ซึ่งมีทั้งการเลือกปฏิบัติด้วยเกณฑ์บางอย่าง เช่นอายุ น้ำหนัก เชื้อชาติ หรือปัจจัยอื่น ๆ แต่การแบ่งแยกเชื้อชาติทางความคิดถือเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด

ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ การเลือกเพศของคู่รักโดยจำกัดเชื้อชาติเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการใช้งานแอพพลิเคชันหาคู่จำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการอำนวยความสะดวกในการมีความสัมพันธ์ทางเพศที่ไม่ต้องมีการผูกมัด และความชอบส่วนตัวที่มีในเรื่องเชื้อชาตินั้นมีอยู่จริง

ความท้าทายที่เราเผชิญ นอกเหนือจากการแสดงออกที่เหยียดผิวอย่างเปิดเผยของผู้ใช้ก็คือการตีความการสื่อสารที่สามารถทำให้รับรู้ถึงการเหยียดเชื้อชาติได้อย่างไม่ชัดเจน อย่างตัวอย่างเช่นการบอกว่า”ไม่เอา*เชื้อชาติ* แค่ความชอบส่วนบุคคล” เป็นแค่การบอกถึงความชอบส่วนตัวจริงๆหรือเป็นการแสดงออกถึงการเหยียดทางอ้อมกันแน่

ปัญหาเหล่านี้นอกจากจะทำให้ผู้ใช้แอพหาคู่เกย์ที่เป็นชนกลุ่มน้อยอย่างเกย์ผิวสีที่มักจะเป็นฝ่ายถูกกระทำรู้สึกไม่พอใจ แต่ยังเป็นปัญหาที่ยากสำหรับนักออกแบบและนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ด้วย

“ชุมชน LGBTQ เป็นชุมชนที่มีความภูมิใจในความหลากหลายและการเปิดรับคนทุกกลุ่ม” Lenny Gerard กล่าวในบทความหนึ่งในเดือนพฤษภาคมปี 2017 “ดังนั้น แอพพลิเคชั่นที่ชุมชนของเราใช้เป็นประจำก็ควรจะเป็นเช่นนั้นเช่นกัน” แต่อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงที่ความชอบส่วนตัวที่มีพื้นฐานมาจากเชื้อชาตินั้นมีอยู่ การจะตัดสินว่าอะไรที่แสดงออกถึงความ”หลากหลายและการเปิดรับ” หรืออะไรที่แสดงออกถึง”การเหยียดเชื้อชาติ”ในบริบทนี้จึงเป็นเรื่องไม่ง่าย

และแม้ว่าจะมีการถกเถียงกันว่าอะไรคือสิ่งที่แสดงออกถึงรสนิยมความชอบส่วนตัวกับมุมมองที่เหยียดเชื้อชาติกันอย่างมาก แต่กลับไม่ค่อยมีการพูดถึงสิ่งที่นักออกแบบและนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นสามารถช่วยแก้ปัญหาได้

จะเป็นไปได้ไหมที่เราจะมีแอพพลิเคชั่นสำหรับเกย์ที่ปราศจากการเหยียดเชื้อชาติ และการหาคำตอบให้กับคำถามนี้อาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการออกแบบแอพพลิเคชั่นหาคู่ก็เป็นได้

“ในขณะที่เราไม่สามารถขจัดปัญหาการเหยียดเชื้อชาติบนแอพหาคู่สำหรับเกย์ได้อย่างหมดจด อย่างน้อยเราก็สามารถทำให้มันดีขึ้นได้สำหรับผู้ใช้ที่เป็นเกย์ผิวสี” Steven Blum กล่าวในบทความของ Vice จากเดือนที่แล้ว

เรามาลองสำรวจโอกาสเหล่านี้กัน:

มาตรฐานชุมชนที่เพิ่มขึ้น

แอพพลิเคชั่นบางแอพมีการบังคับใช้กฏระเบียบกับการใช้ภาษาที่ส่อการเหยียดเชื้อชาติอย่างชัดเจน เช่นแอพ Hornet ที่ระบุว่า“คำใดๆก็ตามบนโปรไฟล์หลัก หัวข้อต่างๆ ชื่อผู้ใช้ หรือรูปภาพใดๆที่ส่อถึงการเหยียดเชื้อชาติ”ไม่สามารถ”นำมาใช้ได้บนชื่อโปรไฟล์ หัวข้อ คำอธิบายตัวเอง และอื่นๆได้” และหลายแอพพลิเคชั่นมีกฏห้ามผู้ใช้โพสท์หรือส่งเนื้อหาใดๆที่ส่อถึงการเหยียดเชื้อชาติได้

แม้ว่ากฏระเบียบเหล่านี้จะมีอยู่จริง แต่มักจะถูกฝังไว้ในหน้ากฏระเบียบการใช้งานที่ยาวเหยียด จะเป็นไปได้ไหมที่จะแสดงข้อห้ามเหล่านี้ให้เห็นชัดขึ้น หรืออาจจะพัฒนาระบบคะแนนความเหมาะสมก็ได้ และแม้ว่ากลยุทธ์เหล่านี้จะไม่สามารถการันตีได้ว่าจะไม่มีการเหยียดเชื้อชาติเกิดขึ้น แต่อย่างน้อยก็น่าจะทำให้การปฏิสัมพันธ์บนแอพพลิเคชั่นและพฤติกรรมของผู้ใช้ดีขึ้น

“สะกิด” ให้เกิดการใช้งานและการใช้ภาษาที่ดีขึ้น

เรามั่นใจว่ามันจะต้องมีวิธีที่จะบอกถึงความชอบทางเชื้อชาติส่วนตัวบนแอพพลิเคชั่นได้ดีกว่าวิธีที่พวกเขาใช้อย่างแน่นอน เป็นไปได้ไหมที่จะมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้มีระบบช่วยเหลือในการอธิบายความชอบหรือข้อมูลเหล่านั้น อย่างเช่นมีระบบแนะนำคำที่ควรจะใช้ในแต่ละสถานการณ์เป็นต้น

นอกจากนี้อาจจะมีข้อเสนอแนะแบบเรียลไทม์ที่นำเสนอโดยแอป (เช่นตัวเลือก “การกรอง” เป็นต้น) ว่ามีวิธีใดบ้างที่จะบอกถึงความชอบส่วนตัวได้ ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้สามารถช่วยในการลดความคลุมเครือของภาษา ปัญหาที่เกี่ยวข้องในการรับรู้ และการตีความเจตนาของผู้สื่อได้

การใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อตรวจสอบการใช้งานแอพพลิเคชั่น

คล้ายกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ของ Facebookในการต่อสู้กับการก่อการร้ายออนไลน์  AI อาจจะถูกนำมาใช้บนพื้นที่สำหรับหาคู่ออนไลน์ในการตรวจสอบภาษาที่ใช้หรือการใช้แอพพลิเคชั่นด้านอื่นๆและรายงานการใช้งานที่มีการเหยียดเชื้อชาติ ซึ่งผมไม่ได้หมายถึงว่าเราจะต้องมีตำรวจมาคอยตรวจตราพื้นที่เหล่านี้ แต่กฏของชุมชนควรจะได้รับการนิยามและให้ความสำคัญ ซึ่งการใช้ AI ก็สามารถเป็นตัวช่วยในการบังคับใช้กฏระเบียบเหล่านั้นได้

และด้วยการใช้งานแอพพลิเคชั่นที่มีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมทางสังคม วัฒนธรรม และสถานการณ์ทางการเมือง การจะทำให้พื้นที่เหล่านี้มีการแบ่งแยกน้อยที่สุดย่อมต้องการความร่วมมือจากทุกคน

และเพื่อย้ำคำพูดของ Lenny Gerard ว่า “เราสามารถทำตัวเองให้ดีขึ้นได้ท่ามกลางยุคที่ความต้องการที่จะเชื่อมโยงเป็นสิ่งเร่งรีบ” ผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นสามารถทำได้โดยการคำนึงถึงผลของการกระทำที่อาจจะแสดงถึงการเหยียดเชื้อชาติให้มากขึ้น และนักออกแบบแอพพลิเคชั่นก็สามารถมีบทบาทช่วยเหลือได้โดยการสร้างแอพพลิเคชั่นที่ไม่ใช่แค่ทำให้เหมือนการหาคู่ในชีวิตจริงที่สุดแต่ยังพัฒนาแอพให้น่าใช้สำหรับทุกคนอีกด้วย